ฮิญาบ ในความหมายทางอาการนาม คือ การปิด การซ่อน หรือการปกคลุม
หรือมีความหมายว่า ม่านกั้น
แต่ความหมายในทางศาสนาบรรดานักวิชาการได้ให้ความหมายรวมไว้ว่า หมายถึง
เครื่องแต่งกาย หรือ อาภรณ์มุสลิมะห์ที่ปกปิดส่วนที่เรียกว่า “ เอาเราะห์” คำว่า
เอาเราะห์นี้ นักวิชาการมีความเห็นเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่า
เอาเราะห์ คือ บางส่วนของร่างกายสตรีซึ่งจะต้องปกปิดทั้งหมดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
อีกฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่า ทุกส่วนของร่างกายสตรีเป็นเอารัต นอกจากใบหน้าและฝ่ามือ
แต่ถ้าหากเกรงว่าจะเกิดความเสื่อมเสียก็ควรปิดทุกส่วนของร่างกาย
รวมทั้งใบหน้าและฝ่ามือ ดังนั้นฮิญาบจึงมิได้หมายถึง
เฉพาะผ้าคลุมศีรษะเท่านั้น
บางคนมีความเห็นว่า
ฮิญาบเป็นชุดที่สตรีชาวอาหรับสวมใส่กันสมัยก่อนอิสลาม หรือ
เป็นแฝชั่นของสตรีชาวอาหรับ หรือเป็นประเพณีการแต่งกายของสตรีที่สืบทอดกันมา
หรือเป็นเพียงเสื้อคลุมเพื่อกันฝุ่นของสตรีในประเทศแถบทะเลทราย
การมีความเห็นเช่นนี้
ถือเป็นความเข้าใจผิด เพราะการสวมฮิญาบเป็นบัญญัติที่อัลลอฮฺ(ซ.บ.)
ทรงบังคับใช้ให้สตรีมุสลิมะห์ ทุกคนถือปฏิบัติ อายะห์แรกที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.)
ทรงประทานลงมาเกี่ยวกับฮิญาบอยู่ในซูเราะห์ อัลอะห์ซาบ อายะห์ที่ 59
ว่า
“ โอ้ นบี จงประกาศแก่บรรดาภรรยาของเจ้า
บรรดาลูกสาวของเจ้า และบรรดาภริยาของศรัทธาชนทั้งหลาย
แล้วพวกนางก็จะปล่อยผ้าคลุมศีรษะของพวกนางลงมาปิดส่วนล่างของร่างกายนางทั้งหลาย
นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก แล้วพวกนางก็ไม่ถูกระราน และอัลลอฮฺ
คือ ผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตา ”
ผิดพลาดประการใด โปรดชี้แนะ ด้วย
นะค่ะ
พรุ่งนี้ฉันจะคลุมฮิญาบ
ลูกหมีกำลังมีความรัก
เธอไปปิ๊งหนุ่มหนึ่งเข้าอย่างจัง เขาชื่อ ฟาฮัด
ลูกหมีไปเจอฟาฮัดตอนงานสัมมนางานหนึ่ง
ฟาฮัดเขาเป็นคนหล่อมากและที่สำคัญเขาเป็นคนมีอีหม่านมากด้วย
เท่าที่ลูกหมีฟังจากปากคำของรุ่นพี่ที่ชมรมมุสลิม พี่เขาเรียนจบแล้ว
ตอนนี้ทำงานเป็นวิศวกรที่บริษัทแห่งหนึ่งอยู่ ส่วนลูกหมีอยู่ปี 4
กำลังจะเรียนจบในเทอมหน้านี้ แต่ที่ลูกหมีเซ็งสุดๆคือ
ดูฟาฮัดไม่มีทีท่าจะสนใจลูกหมีเลย
แต่ดูเขาจะไปสนใจรุ่นพี่ปริญญาโทที่ชื่อพี่ตามากกว่า
วันรุ่งขึ้นลูกหมีพกความเซ็งมาที่มหาวิทยาลัย ตอนละหมาดดุฮริวันนี้
ยัยพี่ตาผู้สูงอายุประจำชมรม ศัตรูหัวใจของลูกหมี มีหน้าที่นาซีฮัต ( ตักเตือน )
ในวันนี้ วันนี้พี่ตาพูดถึงเรื่องฮิญาบ จะอะไรกันนักกันหนานะ พวกคลุมฮิญาบนี่
รณรงค์ส่งเสริมกันเหลือเกิน ทำอย่างกับคนที่ไม่ได้คลุมฮิญาบ
อย่างพวกชั้นนี่เป็นคนเลวไปซะอย่างนั้น ลูกหมีค่อนข้างตะขิดตะขวงใจมากในเรื่องนี้
จะไม่ตะขิดตะขวงใจได้อย่างไรในเมื่อลูกหมีเองเรียนอยู่คณะนิติศาสตร์
แล้วเรื่องสิทธิสตรีนี่ ลูกหมีก็ยอมไม่ได้เอาเสียเลย
และที่สำคัญวันนี้อาจารย์ที่คณะก็เพิ่งสอนมาหยก ๆ
ว่าศาสนาอิสลามนั้นกดขี่ผู้หญิง
แล้วลูกหมีก็ตัดสินใจถามพี่ตา
ศัตรูหัวใจตัวเองหน่อยเรื่องฮิญาบ ดูซิว่าพวกเอกจิตวิทยาอย่างเธอ
จะมาเถียงชนะว่าที่ทนายความอย่างฉัน
“พี่ตาคะ
ทำไมผู้หญิงมุสลิมต้องคลุมฮิญาบด้วยคะ”
“ฮิญาบเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ผู้หญิงมุสลิมจะต้องปฏิบัติจ้ะ
อนุญาตได้อย่างน้อยที่สุดของผู้หญิงก็คือ ใบหน้าและฝ่ามือ
ถ้าจะปิดมากกว่านั้นก็ไม่เป็นไร เป็นที่อนุญาตจ้ะ”
“แต่ความเป็นจริงแล้วหากหนูเป็นคนดี ละหมาดครบ อยู่ในหลักการอิสลาม
ก็ไม่จำเป็นที่หนูจะต้องคลุมฮิญาบก็ได้นี่คะ พี่ตา เพราะหนูก็เป็นคนดีแล้ว”
ลูกหมีถามแบบหาเรื่อง ดูซิ จะตอบชั้นว่าอย่างไร
“ลูกหมีจ๊ะ
ฮิญาบไม่ได้หมายถึงปิดแค่ร่างกาย แต่มันเป็นทั้งกิริยามารยาท
เป็นการแสดงถึงจริยธรรมและการแสดงภาพลักษณ์ของมุสลิมที่มาปฏิวัติสังคมในยุคปัจจุบัน
ผู้หญิงมุสลิมที่คลุมฮิญาบเนี่ย เป็นการบอกเลยว่านี่คือ
หลักการของศาสนาอิสลามกำหนด แล้วเป็นการเผยแผ่อิสลามไปในตัวว่า
นี่ฉันเป็นมุสลิมนะ ผู้หญิงมุสลิมต้องแต่งแบบนี้ ถ้าแต่งเอวลอย
สายเดี่ยวมันคือวัฒนธรรมตะวันตก แต่เราเป็นวัฒนธรรมอิสลาม
เราจะบอกว่าฉันมีของฉัน อัลลอฮฺตัดมาให้เรียบร้อยแล้ว
ไม่มีสิทธิที่ผู้หญิงมุสลิมจะคัดค้านหรือรังเกียจ เพียงแต่ว่าสีอะไร
ลักษณะแบบไหน อันนั้นไม่ว่ากัน แต่ว่าให้ปกปิดตามหลักการศาสนา
เพราะฉะนั้นฮิญาบเป็นมากกว่าการคลุมศีรษะ มันเป็นการปฏิวัติทางสังคม
วัฒนธรรมและจริยธรรม”
“แหมพี่เว่อร์ไปป่าว ฟังดูแล้วอลังการงานสร้างจริงๆ นะคะ
ถึงขั้นปฏิวัติวัฒนธรรมเลยเหรอ ฮิญาบของพี่นี่”
ลูกหมีถามด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามในความคิดอันแคบของพี่ตา
“อ่ะ
พี่ยกตัวอย่างอันนึง ถ้าหากว่าสตรีมุสลิมคลุมฮิญาบแล้วไปซื้อหวย 2 –3 ตัวเนี่ย
จะทำได้ไหม…ไม่ได้ เพราะร่างกายบอกว่า คลุมแบบนี้ ต้องสละแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง
เพราะฉะนั้นการคลุมฮิญาบต้องปฏิวัติด้านจริยธรรม
ถึงแม้ว่าเราอยากจะไปดูคอนเสิร์ตก็ไม่ได้ ไปในสถานที่อโคจรก็ไม่ได้
เพราะร่างกายเราบ่งบอก เพราะฮิญาบผืนเดียวคลุมจิตใจไว้”
“แต่พี่ตาคะ
เรามาพูดกันบนหลักความเป็นจริงดีกว่า ผู้หญิงเราเนี่ย ก็ต้องชอบความสวย ๆงาม ๆ
แล้วทำไมเราถึงต้องไปปกปิด ไปเก็บงำความสวยของเราด้วย มันเป็นการกดขี่ชัด ๆ นะคะ”
ลูกหมีซักค้านตามประสาทนายความ
“ไม่ใช่เลยค่ะ น้องลูกหมี ฮิญาบมีเกียรติ
ฮิญาบเป็นการยกเกียรติของผู้หญิง เราอย่าเอาเกียรติที่อัลลอฮฺให้
ไปแลกกับความจอมปลอม พวกแฟชั่นที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นเพื่อแลกกับสินค้า
แลกกับการเปิดเผยตัวเองเพื่อให้คนอื่นเห็น แต่สามีของนางไม่พึงพอใจ
พ่อแม่ไม่พึงพอใจ และที่สำคัญที่สุด อัลลอฮฺไม่พึงพอใจ การที่เราทำให้
อัลลอฮฺพึงพอใจเนี่ย
เป็นเกียรติอันสูงส่งและมีค่ายิ่งกว่าการชื่นชมและแทะโลมด้วยสายตาของมนุษย์นะคะ
เราอย่าเอาฮิญาบแลกกับใด ๆ ทั้งสิ้นซิค่ะ น้องลูกหมี
การที่ผู้หญิงคนนึงแต่งตัวโชว์โน่นโชว์นี่ แล้วผู้ชายมาบอกว่าเซ็กซี่
มันหมายความว่ายังไงคะ มันก็หมายความ
ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ผู้ชายอยากมีเพศสัมพันธ์ด้วย ยิ่งเซ็กซี่มาก ก็หมายความ
ผู้หญิงคนนั้นเนี่ย ผู้ชายอยากมีเพศสัมพันธ์ด้วยมาก ๆ
แล้วผู้หญิงคนนั้นคือตัวอะไรคะ เป็นแค่วัตถุทางเพศอย่างนั้นหรือ
ภูมิใจมากเลยใช่มั้ยค่ะ ที่เป็นคนเซ็กซี่น่ะ”
ลูกหมีอึ้ง ก้มหน้านิ่ง
ก่อนเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ ครุ่นคิดคนเดียว
ส่วนพี่ตานั้นก็มองลูกหมีอย่างเอาใจช่วย ลูกหมีเป็นเด็กดี
ลูกหมีน่าจะเข้าใจอะไรได้ดี
ว่าสิ่งใดที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงมุสลิมอย่างเรา
“อ้าวฟาฮัด
เธอมาที่นี่ทำไมอ่ะ วันนี้ไม่ทำการทำงานเหรอ”
“แวะมาละหมาด
ตะกี้น้องลูกหมีเขาเป็นอะไรไป เดินสวนกับฉัน
ก็ไม่ทัก”
“อะไรปิ๊งน้องเขาหรือย่ะ เดี๋ยวชั้นไปฟ้องลุงฟิส พ่อเธอน่ะ
มาปิ๊งน้อง ๆ ชั้นนี่”
“น้องลูกหมีก็น่ารักดี
เสียอย่างเดียวไม่คลุมฮิญาบ นบีบอกว่าโลกดุนยามีความสวยสดงดงาม
แต่สิ่งที่ทำให้ดุนยาสวยนั้นก็คือ “หญิงที่ซอและฮฺ”
นั่นหมายถึงว่ายิ่งมีหญิงที่ซอและฮมากขึ้น โลกจะสวยสดงดงาม เขียวขจี
มีแต่ความสงบสุขมากขึ้น ตราบใดที่โลกนี้มีคนเปิดกันมากขึ้น โลกนี้ก็จะไม่สงบ
ความสุขที่เราเห็นเป็นแค่ความสุขจอมปลอม แต่ความสุขที่ได้คลุมฮิญาบ
ตามที่อัลลอฮฺบอก นั่นคือเป็นมุสลิมะฮฺที่อัลลอฮฺยกย่อง เป็นมุสลิมะฮฺที่ซอและฮฺ
ก็จะมีแต่ทำให้โลกดุนยามีแต่ความสดใส ชั้นอยากได้ภรรยาที่ทำให้โลกนี้สวยงาม
ไม่ใช่ภรรยาที่มีส่วนสร้างความเสียหายบนโลกดุนยานี้”
“โอเค เข้าใจ
จะละหมาดก็รีบละหมาดเหอะ เดี๋ยวชั้นไปเรียนก่อนนะ เข้าสายเดี๋ยวอาจารย์บ่นอีก
ไปล่ะ”
เย็นวันนั้นบนรถเมล์สาย 113
ลูกหมีนั่งครุ่นคิดเรื่องฮิญาบที่ได้คุยกับพี่ตาเมื่อตอนบ่าย
ลูกหมีเฝ้าถามตัวเองว่า การที่ลูกหมีละหมาดทุกวัน
การที่ลูกหมีบอกว่าตัวเองเป็นมุสลิม
แต่ลูกหมีกลับกำลังทำบาปอยู่อย่างหนึ่งตลอดเวลา คือการไม่คลุมฮิญาบ
ทุกเส้นผมที่ชายอื่นได้เห็น นั่นคือบาปที่ติดตัวลูกหมี
ทุกเวลาที่ลูกหมีปล่อยให้ผ่านเลยไป นั่นคือการถอยหลังสู่ความตาย
โดยบาปมันพอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ลูกหมีเคยภูมิอกภูมิใจนักหนาที่ใคร ๆ
ว่าลูกหมีสวยเซ็กซี่ หุ่นดี แต่คำชื่นชมมากมายของมนุษย์จะมีค่าอันใด
ถ้าอัลลอฮฺไม่ชื่นชมในการกระทำของเรา
ลูกหมีร้องไห้ทั้งน้ำตากับการที่ตัวเองได้ละเลยในสิ่งที่อัลลอฮฺใช้มาตลอด
“เอี๊ยด” เสียงเบรกรถเมล์ดังลั่นจนแสบหู
ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดและโวยวายอย่างตกใจของคนบนรถเมล์
ภาพสุดท้ายที่ลูกหมีเห็นคือรถเมล์คันที่ลูกหมีนั่ง เสยท้ายรถเมล์คันหน้า
แล้วพลิกคว่ำ ในลมหายใจสุดท้าย ลูกหมีบอกกับตัวเองว่า พรุ่งนี้เธอจะคลุมฮิญาบ
วารสารโรตีมะตะบะ
http://www.muslimthai.com/forum/index.php?topic=1909.msg30403;topicseen#new